About admin

This author has not yet filled in any details.
So far admin has created 18 blog entries.

Cellular download is called by spy

If you want to try your hand at online casino games without spending any cash, you should read this article. We’ll provide you with all the details about the different casino games you can play online for no cost. There are a variety of options for you to choose from when you’re seeking a different

By |2021-09-13T18:03:22+07:00กันยายน 10th, 2021|uncategorized|0 Comments

โครเมี่ยม พิโคลิเนท สิ่งที่ดีที่ไม่มีใครรู้จัก

โครเมี่ยม พิโคลิเนท (Chromium Picolinate) คืออะไร ? โครเมี่ยม พิโคลิเนท เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในขั้นตอนเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เพื่อได้รับพลังงานไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆข้างในร่างกาย มีความสำคัญอย่างมากกับกระบวนการเมตาลิซึมของคาร์โบไฮเดรต และช่วยผลักดันการทำงานของอินซูลินภายในร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ในการพาน้ำตาลกลูโคสในเลือดเข้าไปในเซลล์ เพื่อจะนำไปปรับเปลี่ยนเป็นพลังงานสำรอง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ และช่วยลดความอยากน้ำตาล     นอกจากนั้น โครเมี่ยม พิโคลิเนท ยังสามารถดูแลชั้นของจำนวนคอเลสเตอรอลในเลือดได้ โดย จะไปเสริมส่วนแบ่งคอเลสเตอรอลชนิด HDL ซึ่งเป็นชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย พร้อมทั้งลดการสร้าง LDL ได้ พอเรามีอายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายเราจะค่อยๆขาดโครเมี่ยมไปช้าๆ นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุให้คุณเสี่ยงโอกาสต่อโรคภัยไข้เจ็บร้ายอย่างโรคเบาหวานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้     บางงานวิจัยพบว่าการบริโภคโครเมียม 15-200 mg เป็นเวลา 1 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือน สามารถลดไขมัน LDL และหากบริโภคเป็นเวลา 6 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป สามารถลดไขมันLDL ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ และ

By |2020-08-19T10:22:37+07:00สิงหาคม 19th, 2020|บทความ|0 Comments

5 โรคกระดูกและไขข้อที่ผู้คนส่วนใหญ่มองข้าม

  อาการ  ปวดคอ บ่า หรือไหล่เรื้อรัง ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปจนถึงบริเวณท้ายทอยได้ อาการปวดนี้อาจบรรเทาได้ด้วยการนวดหรือฝังเข็ม แต่ก็มีการกลับมาเป็นซ้ำเรื่อยๆ ไม่หายขาด สาเหตุ การก้ม แหงนหรือสะบัดคอบ่อยๆ เป็นนิสัยนั่งทำงานด้วยอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องนานๆอุบัติเหตุและการบาดเจ็บต่อกระดูกสันหลัง     อาการ กระดูกข้อมือ แขน สะโพก และกระดูกสันหลังแตกหักได้ง่าย แม้ถูกกระแทกแบบไม่รุนแรงหลังค่อม หรือกระดูกสันหลังส่วนบนโค้งลงความสูงลดลงอาจมีอาการปวดหลังเรื้อรังด้วย สาเหตุ โรคกระดูกชนิดหนึ่งที่กระดูกเริ่มเสื่อมและบางลงเนื่องจากการสูญเสียแคลเซียมที่สะสมในกระดูก โรคนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดนอกจากกระดูกแตกหรือหัก พบได้บ่อยบริเวณกระดูกสันหลัง สะโพก หรือข้อมือ รวมทั้งยังสามารถเกิดได้กับกระดูกส่วนอื่นๆ ของร่างกายอีกด้วย ทั้งนี้โรคกระดูกพรุนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกหักหรือกระดูกสันหลังผิดรูปในสตรีสูงอายุ     อาการ เริ่มปวดเข่าเวลามีการเคลื่อนไหว เช่น เดิน ขึ้นลงบันได หรือนั่งพับเข่า อาการจะดีขึ้นเมื่อหยุดพักการใช้ข้อ ร่วมกับมีอาการข้อฝืดขัดโดยเฉพาะเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ สาเหตุ การใช้งาน ท่าทาง กิจกรรมที่มีแรงกดต่อข้อเข่ามาก เช่น การนั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ เป็นต้นความบกพร่องของส่วนประกอบของข้อ เช่น ข้อเข่าหลวมกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงเคยประสบอุบัติเหตุมีการบาดเจ็บที่ข้อ เส้นเอ็น

By |2020-08-10T12:23:48+07:00สิงหาคม 10th, 2020|บทความ|0 Comments

สิ่งลึกลับที่ซ่อนในสารสกัดชาเขียว

ผู้คนส่วนใหญ่ทราบว่าสารสกัดจากเขียวนั้นคืออะไร และสกัดมาจากอะไรแต่ไม่ค่อยมีคนทราบว่าสารสกัดจากชาเขียวนั้นมีข้อดีอะไรบ้างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งเราจะมาแนะนำให้ทุกคนทราบว่าในสารสกัดของชาเขียวนั้นมีสารอะไรบ้างและมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์อย่างไร     สารสกัดจากชาเขียวนั้นอุดมไปด้วยสาร Flavonols, Polyphenols (Catechins), Epigallocatechingallate (EGCG) และ L-Theanine หรือ Amino Acid ซึ่งสารสกัดชาเขียวสามารถรับประทานได้ในระหว่างหรือหลังมื้ออาหารเพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญ จากงานวิจัยพบว่าเมื่อชายสุขภาพดี 12 คนรับประทานแคปซูลสารสกัดชาเขียวและออกกำลังกายเป็นเวลานาน 30 นาที อัตราการออกซิเดชั่นของไขมันก็สูงกว่าตอนที่รับประทานยาหลอกถึงร้อยละ 17 เลยทีเดียว     คลอโรฟิลล์ในสารสกัดจากชาเขียวนั้นมีผลต่อกระบวนการเมตาบอลึซึมของร่างกายซึ่งจะช่วยในการเร่งการเผาผลาญในร่างกาย โดยคลอโรฟิลล์ยังทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นและช่วยรักษาคนที่เป็นโรคโลหิตจางอีกด้วย     L-Theanine หรือ Amino Acid นั้นช่วยส่งเสริมให้คุณภาพของการนอนหลับดีขึ้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องนอนไม่เต็มอิ่ม จะแนะนำให้รับประทานก่อนนอน เพราะแอล-ธีอะนีนมีผลต่อกลไกการนอน ( sleep-wake cycle ) มีงานวิจัยที่ทำมาเป็นอย่างดี ( Cross Over Double Blind Study )และน้อยลงซึ่งช่วยให้ลดความเครียดและมีสมาธิมากขึ้น     ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)นั้นช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบโดยการยับยั้งการก่อตัวของลิ่มเลือดและไขมันแอลซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีและยังพบอีกว่าฟลาโวนอยด์บางชนิดสามารถช่วยยับยั้งการสร้างตัวของเซลล์มะเร็งได้ในบางชนิดเช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร

By |2020-07-22T14:04:20+07:00กรกฎาคม 22nd, 2020|บทความ|0 Comments

ความลับของสารสกัดจากงาดำที่ทุกคนต้องรู้

สารสกัดจากงาดำนั้นช่วยบรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์  เนื่องจากทองแดงที่อยู่ในงาดำมีฤทธิ์ช่วยต้านอาการอักเสบ  บรรเทาอาการข้ออักเสบ ข้อเสื่อม  และลดอาการปวดข้อจากโรครูมาตอยด์  งาดำประกอบด้วยสารฟีนอลเป็นจำนวนมาก  โดยเฉพาะสารในกลุ่มลิกแนน  ได้แก่  สารเซซามิน  เซซามอล  และเซซาโมลิน     โดยจากการศึกษาพบว่า  สารเซซามินในงาดำมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคข้อเสื่อม  โดยสารเซซามินมีฤทธิ์ในการยังยั้งสารทำลายกระดูกอ่อนอย่างมีนัยสำคัญ  โดยเพิ่มความหนาของกระดูกอ่อน  ลดการสูญเสียและเพิ่มปริมาณการสร้างคอลลาเจน (Collagen)  และโปรทีโอไกลแคน (Proteoglycans)  ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน  นอกจากนี้ งาดำสามารถกระตุ้นยีน  เพื่อเพิ่มปริมาณเอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างกระดูกอ่อนได้อีกด้วย     สารสกัดจากงาดำนั้นช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล  เนื่องจากอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล  น้ำมันงาช่วยให้ระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์  และไขมันชนิดไม่ดีในเลือดลดลงได้มากกว่าน้ำมันมะกอกอย่างมีนัยสำคัญ  รวมทั้งส่งผลให้ระดับไขมันดีในเลือดสูงขึ้นอีกด้วย     สารสกัดจากงาดำนั้นอุดมไปด้วยแคลเซียมและสังกะสี  จึงเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญ  เนื่องจากให้แคลเซียมที่สูงกว่านมวัวถึง 6 เท่า  จึงสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก  เพิ่มมวลกระดูก  ป้องกันการเกิดโรคกระดูกเปราะ  ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ  งาดำจึงเป็นแหล่งแคลเซียมอีกทางเลือกหนึ่ง  สำหรับผู้ที่ไม่ชอบดื่มนมหรือมีอาการท้องเสียเมื่อดื่มนม  นอกจากนี้ งาดำยังประกอบด้วยวิตามินอี  ที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงผิวพรรณให้นุ่มชุ่มชื้น

By |2020-07-16T09:44:41+07:00กรกฎาคม 16th, 2020|บทความ|0 Comments

ทำไม L-Carnitine Fumarate ถึงเหมาะกับ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

แอล-คาร์นิทีนช่วยในเรื่องการขนส่งสารอาหารหรือกรดไขมันเข้าไปในไมโต-คอนเดรีย เพื่อผลิตเป็นพลังงานและทำให้ลดการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ส่วนฟูมาเรต หรือ กรดฟูมาริก ซึ่งโดยปกติฟูมาเรตก็เป็นสารที่มีส่วนสำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานในวัฎจักรเครบ (Kreb cycle) ให้กับเซลล์ต่างๆในร่างกายด้วยเช่นกันซึ่งเมื่อมีการนำทั้งแอล-คาร์นิทีนมารวมกับ ฟูมาเรต จึงทำให้เกิดการส่งเสริมการเผาผลาญไขมันและสร้างพลังงานให้กับเซลล์มากยิ่งขึ้นจึงกล่าวได้ว่ามีคุณสมบัติเด่นกว่าแอล-คาร์นิทีนในรูปแบบอื่นๆที่อยู่ในท้องตลาดต่างๆในเรื่องของการเผาผลาญไขมันในร่างกายและดีต่อหัวใจเพราะว่าหัวใจเป็นอวัยวะที่ต้องการพลังงานในการทำงานตลอดเวลา     แอล-คาร์นิทีน ฟูมาเรตมีการศึกษาวิจัยสนับสนุนมากมาย ถึงประโยชน์ต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจ รวมทั้งการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยการสลายไขมันเพื่อเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ผลที่ได้คือ น้ำหนักลดลง หุ่นดีขึ้นและมีคุณภาพมากกว่า แอล-คาร์นีทีนชนิดนอื่นถึง 2 เท่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ระบบไหลเวียนเลือดช่วยควบคุมในน้ำตาลเส้นเลือดและยังมีประโยชน์ของผู้ป่วยโรค ไต ตับ     ประเภทของ L-Carnitine Acetyl L-Carnitine ที่มีประโยชน์ในการบำรุงสมองและช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น โรคอัลไซเมอร์ L-propionyl carnitine หรือ Propionyl-L-carnitine (ย่อว่า PLC) มีประโยชน์ต่อการเพิ่มสมรรถภาพการไหลเวียนของเลือด และใช้รักษาอาการเจ็บหน้าอกรวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ L-carnitine L-tartrate: ที่มีประโยชน์ต่อผู้ที่ออกกำลังกายเนื่องจากอัตราการดูดซึมอย่างรวดเร็วและช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อและฟื้นตัวในการออกกำลังกายอย่างรวดเร็ว D-Carnitine เป็นแอลคาร์นิทีนรูปแบบทีไม่ออกฤทธิ์ต่อร่างกาย หรือรูปแบบที่ไม่พร้อมใช้งาน (Inactive form)  

By |2020-07-14T15:37:53+07:00กรกฎาคม 14th, 2020|บทความ|0 Comments

6 การพิสูจน์ว่ามัทฉะช่วยให้สุขภาพคุณดีขึ้น

1.สารต้านอนุมูลอิสระสูง   มัทฉะอุดมไปด้วยคาเทชินซึ่งเป็นสารประกอบของพืชในใบชาที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยรักษาเสถียรภาพอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายซึ่งเป็นสารประกอบที่สามารถทำลายเซลล์ในร่างกายและทำให้เกิดโรคเรื้อรังตามมาภายหลัง   2.ช่วยป้องกันโรคตับ   การบริโภคมัทฉะทุกวันสามารถทำให้สุขภาพของตับนั้นดีขึ้น เนื่องจากงานวิจัยพบว่าคนที่เป็นโรคภาวะไขมันพอกตับ หากได้รับสารสกัดจากชาเขียวในปริมาณ500 มก ทุกวันเป็นเวลา90 วันพบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเนื่องจากสารสกัดจากชาเขียวช่วยลดระดับเอนไซม์ในตับ   3.ช่วยเพิ่มการทำงานของสมอง งานวิจัยหลายแห่งพบว่ามัทฉะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของสมองและทำให้ผู้ที่บริโภคมีความจำดีขึ้นนอกจากนี้มัทฉะยังมีคาเฟอีนเข้มข้นมากกว่าชาเขียวบรรจุในคาเฟอีน 35 มิลลิกรัมต่อครึ่งช้อนชา (ประมาณ 1 กรัม) ของผงมัทฉะซึ่งมีงานวิจัยหลายชิ้นที่เชื่อมโยงการบริโภคคาเฟอีนมีการตอบสนองของสมองที่เร็วขึ้นและมีความสามารถในการจำมากขึ้น   4.ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง   สารสกัดจากชาเขียวสามารถช่วยลดขนาดของเนื้องอกและชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เนื่องจากสารสกัดจากชาเขียวมี epigallocatechin-3-gallate (EGCG) ซึ่งเป็นคาเทชินชนิดหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง   5.ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ   การบริโภคชาเขียวนั้นอาจจะช่วยป้องกันโรคหัวใจได้เนื่องจากชาเขียวสามารถลดระดับของคอเลสเตอรอล LDL และไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายนอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชันของคอเลสเตอรอลLDL ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่อาจป้องกันโรคหัวใจ 6.ช่วยลดน้ำหนัก   การบริโภคชาเขียวเป็นประจำสามารถช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างได้ดีกว่าเดิมเนื่องจากในงานวิจัยพบว่าเมื่อบริโภคสารสกัดจากชาเขียวแล้วออกกำลังกายระดับปานกลางสามารถเพิ่มการเผาไขมันได้ถึง 17 % และเพิ่มการเผาผลาญในร่างกาย  

By |2020-07-08T14:50:43+07:00กรกฎาคม 8th, 2020|บทความ|0 Comments

วิตามินดีสำคัญกว่าที่คุณคิด

วิตามินดีสำคัญกว่าที่คุณคิด วิตามินดีนั้นมีความสำคัญต่อร่างกายมากเนื่องจากวิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย คือช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากอาหาร และรักษาระดับแร่ธาตุดังกล่าวในเลือดให้เป็นปกติและยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์อันเป็นสาเหตุให้เกิดการสลายกระดูก     วิตามินดีสามารถได้รับจากอาหาร ได้แก่น้ำมันตับปลา ไข่แดง นม เนย และปลาที่มีไขมันมากบางชนิด เป็นต้น และสามารถได้รับทางแสงแดดโดยร่างกายของเราสังเคราะห์ขึ้นมาเอง เมื่อผิวหนังได้รับการกระตุ้นจากแสงแดดที่มีรังสีอัลตร้าไวโอเลตบี (UVB) ซึ่งมีอยู่ในแสงแดด     ร่างกายของมนุษย์ต้องการได้รับวิตามินดีควรได้รับวิตามินดี วันละ 600 IU (15 ไมโครกรัม) และในส่วนของสตรีที่วางแผนตั้งครรภ์ ควรได้รับวิตามินดี วันละ 400-600 IU (10 ไมโครกรัม) ส่วนสตรีตั้งครรภ์ในกลุ่มความเสี่ยงสูง ควรได้รับวิตามินดี วันละ 2,000-4,000 IU (50-100 ไมโครกรัม)     ปัญหาที่ทำให้ร่างกายขาดวิตามินดีเนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญมักจะกลัวแสงแดดเมื่อต้องเจอกับแสงแดดก็มักจะใส่เสื้อผ้ามิดชิดเพื่อปกปิดร่างกายไม่ให้สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง ทำให้คนส่วนใหญ่ขาดวิตามินดี 3 โดยที่ไม่รู้ตัว และการที่ร่างกายขาดวิตามินดี 3 อาจก่อให้เกิด     โรคกระดูกพรุน กระดูกอ่อน กระดูกเปราะบาง แตกหักได้ง่าย  โรคข้ออักเสบ  รูมาตอยด์

By |2020-07-01T11:07:49+07:00กรกฎาคม 1st, 2020|บทความ|0 Comments
Go to Top